.:: เมนูหลัก
  หน้าแรก
  ข่าวสาร ครปอ.
  สรุปผู้ร้องเรียน (617)
  เกี่ยวกับ ครปอ.
 พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
eXTReMe Tracker
 
.:: ข่าว
อย่าสองมาตรฐาน จี้เก็บภาษีน้ำเมา ช่วยกองทุนบัตรทองด้วย อย่าเก็บแค่บุหรี่

เครือข่ายงดเหล้า หนุนเก็บภาษีบุหรี่เข้ากองทุนบัตรทอง แต่ติงสองมาตรฐาน ควรเก็บภาษี “น้ำเมา” ด้วย เหตุก่อผลกระทบต่อสังคมและสุขภาพไม่ต่างกัน ชี้ เก็บบุหรี่อย่างเดียว สอดคล้องข้อครหาเกรงใจทุนธุรกิจสุรา

จากกรณีมีการยกร่าง พ.ร.บ.จัดเก็บเงินสมทบเพื่อสนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของหน่วยบริการภาครัฐ ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ... เพื่อจัดเก็บภาษีบุหรี่เพิ่มซองละ 2 บาท มาให้กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง จนเกิดคำถามว่าเหตุใดไม่เก็บภาษีเครื่องแอลกอฮอล์หรือยาเส้นด้วย

(2 ต.ค.) ภก.สงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เหตุใดรัฐจึงเลือกปฏิบัติ สองมาตรฐาน เก็บเฉพาะบุหรี่อย่างเดียว แต่ไม่รวมสินค้าบาป เช่น สุรา เบียร์ และยาเส้น เหมือนกับการเก็บเงินภาษีเข้ากองทุนอื่นที่มีการตั้งขึ้นมาก่อนหน้านี้ ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัยและวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง ทั้งที่น้ำเมาสร้างปัญหาให้สังคมในหลากหลายมิติมากกว่าบุหรี่ ไม่เพียงเป็นเหตุก่อให้เกิดโรคถึง 200 โรค ยังก่อให้เกิดอุบัติเหตุ อาชญากรรม สร้างปัญหาสารพัดให้เยาวชน ทั้งเสียชีวิต เสียอนาคต ฯลฯ ล่าสุด องค์การอนามัยโลก (WHO) เพิ่งจะออกมาตรการ SAFER เพื่อให้ทุกประเทศทั่วโลกช่วยกันแก้ปัญหาจากน้ำเมา 1ใน 5 มาตรการ คือ การขึ้นภาษี ถ้ารัฐบาลอยากเพิ่มงบประมาณเพื่อการรักษาโรคของประชาชน ก็ไม่ควรละเว้นการเก็บภาษีเพิ่มจากน้ำเมาด้วย ได้ทั้งภาษีและลดปัญหาจากน้ำเมาตามแนวทาง WHO ดังกล่าว 

นายคำรณ ชูเดชา ผู้ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา กล่าวว่า การจัดเก็บภาษีเพิ่มจากบุหรี่ซองเพียงอย่างเดียว ทำให้ข้อครหาที่ประชาชนสงสัยว่า รัฐบาลเกรงใจนายทุนน้ำเมาใกล้ความจริงมากขึ้นทุกที โดยเฉพาะการที่ทุนเข้าไปแทรกซึมอยู่ในทุกกลไกรัฐ ในนามประชารัฐ ย่อมส่งผลให้มีการตัดตอนทางนโยบายที่กระทบกระเทือนกับผลประโยชน์ทางธุรกิจ เช่นเดียวกับการยกเว้นการจัดเก็บภาษีจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในครั้งนี้ ถ้าจะเก็บภาษีบุหรี่ ก็ไม่ควรเว้นการเก็บภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากสุราเป็นสินค้าที่ทำลายสุขภาพเหมือนกับบุหรี่ หากเก็บเฉพาะบุหรี่ก็เท่ากับหาความชอบธรรมใดๆ ไม่ได้ ซึ่งเครือข่ายฯสนับสนุนนโยบายนี้และกฏหมายนี้ควรเกิดขึ้นในรัฐบาลนี้ด้วย เพื่อไปสนับสนุนช่องว่างในกลไกการปฏิรูประบบสุขภาพ โดยหลักการ คือ ต้องไปเก็บเพิ่มจากภาคธุรกิจไม่ใช่ผลักภาระให้กับประชาชนผู้บริโภค นายทุนสินค้าบาปพวกนี้ควรต้องรับภาระไป เพราะผลกระทบทางสุขภาพและสังคมเกิดขึ้นจากสินค้าชนิดนี้มันมากมาย

 

 

อ่านต่อที่ ผู้จัดการออนไลน์

วันที่ : 2018-10-03
โดย :
 
เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัย แอลกอฮอล

โทรศัพท์ : 02-734-8680 โทรสาร : 02-734-8680 อีเมล์ : info@alcoholwatch.in.th