.:: เมนูหลัก
  หน้าแรก
  ข่าวสาร ครปอ.
  สรุปผู้ร้องเรียน (617)
  เกี่ยวกับ ครปอ.
 พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
eXTReMe Tracker
 
.:: ข่าว
เปิด 4 กลยุทธ์สื่อสารการตลาด "น้ำเมา" ปี 2017 ที่ต้องระวัง เล็งออก กม.คุมสถานที่-วันห้ามขายเพิ่ม

"หมอสมาน" เผย 9 ปี กม.คุมน้ำเมา พบทำผิดด้านโฆษณาจัดโปรโมชันมากสุด เน้นเจาะกลุ่มเยาวชน จ่อเพิ่มกฎหมาย คุมสถานที่-วันห้ามขาย นักวิชาการคาดปี 60 ธุรกิจน้ำเมารุกสื่อสารการตลาดมากขึ้น ใช้วิธีการตลาดใส่หน้ากากผ่านสินค้าอื่น ดึงคนผ่านออนไลน์มากขึ้น
       
       วันนี้ (9 ก.พ.) ในเวทีเสวนา "9 ปี พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กับสังคมไทย" จัดโดย สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ร่วมกับ เครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจแอลกอฮอล์(Alcohol Watch) เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ นพ.สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า วันที่ 14 ก.พ.นี้ จะครบรอบ 9 ปีของการมี พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ซึ่งภาพรวมหลังการบังคับใช้กฎหมายถือว่าดีขึ้น อัตราการดื่มลดลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับอดีตที่สถิติพุ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งนี้ จากการติดตามเฝ้าระวังการทำผิดตั้งแต่มี พ.ร.บ.พบว่า มีสูงกว่า 15,483 ครั้ง มีการกล่าวโทษ 1,471 ครั้ง โดยการโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณจูงใจให้ดื่ม มีการฝ่าฝืนมากที่สุดร้อยละ 66 รองลงมาคือ ส่งเสริมการขายลดแลกแจกแถม ร้อยละ13
       
       "อุปสรรคในการบังคับใช้กฎหมาย คือ 1.ทัศนคติของสังคมไทยยังคงเห็นการดื่มเป็นเรื่องปกติ 2.สื่อโฆษณาใช้กลยุทธ์ทางการตลาดมุ่งตรงต่อทัศนคติของเยาวชน 3.ผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อย ขาดความรู้ความเข้าใจในกฎหมาย ไม่ให้ความร่วมมือแก่เจ้าหน้าที่ และตกเป็นเครื่องมือของผู้ประกอบการรายใหญ่ 4.การพัฒนารูปแบบการโฆษณาก่อให้เกิดปัญหาในด้านการตีความกฎหมาย ทำให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติเมื่อลงพื้นที่ตรวจสอบ และ 5.หน่วยงานที่รับผิดชอบยังไม่ให้ความสำคัญในการดำเนินงาน ทั้งนี้ทิศทางการออกกฎหมายเพิ่มเพื่อให้การควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีประสิทธิภาพ คือ เพิ่มวันห้ามจำหน่าย เพิ่มสถานที่ห้ามดื่มห้ามขาย รวมถึงลักษณะการขายที่เด็กและเยาวชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย เป็นต้น" นพ.สมาน กล่าว
       
       นายคำรณ ชูเดชา ผู้ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจแอลกอฮอล์ กล่าวว่า เรื่องที่ถูกร้องเรียนว่ามีการกระทำความผิดมากที่สุดมาก คือ การจำหน่ายการบริโภคและส่งเสริมการขาย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในสถานที่ราชการ ในรูปแบบกิจกรรมทางการตลาดแบบลานเบียร์ งานแสดงดนตรี การจัดงานสังสรรค์ของหน่วยราชการ นอกจากนี้ มีข้อสังเกตว่า ธุรกิจสุรารุกจัดกิจกรรมทางการตลาดขนาดใหญ่แบบครบวงจร ตั้งแต่ออกแคมเปญ งานอีเวนต์ และส่งเสริมการขายในร้านอาหารรายย่อย ผูกสัมพันธ์กลไกราชการ กลุ่มทุน และการเมืองท้องถิ่น ในการจัดงานมักอ้างมอบรายได้เพื่อสาธารณะประโยชน์ ในโอกาส ครบรอบ 9 ปี พ.ร.บ. อยากเรียกร้องให้ธุรกิจเคารพกฎหมายมีธรรมภิบาล ไม่เอาเปรียบสังคม มอมเมาเด็กเยาวชน
       
       ผศ.ดร.นิษฐา หรุ่นเกษม อาจารย์ประจำสาขาวิชานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร กล่าวว่า จากการติดตามเฝ้าระวังการสื่อสารการตลาดของกลุ่มธุรกิจน้ำเมาปี 2559 เรียกได้ว่า "น้ำเมายังครองเมือง" ด้วยวิธีการ ดังนี้ 1.ใช้บุคคลที่มีชื่อเสียง กระตุ้นให้เกิดความต้องการอยากลองดื่ม อยากซื้อ อยากอวด อยากบอกต่อ ข้อความที่ใช้กระตุ้นมักเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการขายโดยตรง 2.วิธีการจัดกิจกรรมพิเศษ ทั้งจัดเองหรือเป็นสปอนเซอร์ และยังคงเน้นที่ดนตรี กีฬา โดยเฉพาะ กิจกรรม CSR ที่ใช้การบอกต่อหรือสร้างเรื่องราวเพื่อเป็นข่าว และเน้นไปที่กลุ่มเยาวชน โดยหวังผลที่เกิดขึ้นคือ เช่น ผลจากการดื่มว่าสามารถสร้างเพื่อน สร้างมิตรภาพ สร้างวันและเวลาที่ดีขึ้นมาได้ และ 3.การสื่อสารการตลาดเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย คือวัยรุ่น และนักดื่มหน้าใหม่ จึงมักจะใช้กิจกรรมสร้างเรื่องสำหรับสื่อสารออนไลน์ เช่น การออกแคมเปญใหม่ การออกรสชาติใหม่ แล้วดึงผู้บริโภคเข้าสู่โลกออนไลน์หรือจุดจำหน่ายทั้งร้านค้าและสถานบันเทิง
       
       "เชื่อว่าเทรนด์การสื่อสารการตลาดในปี 2560 คือ 1.การตลาดน้ำเมาใส่หน้ากาก คือสื่อสารการตลาดแอบแฝงผ่านผลิตภัณฑ์อื่น เช่น น้ำเปล่า หรือผ่านร้านค้า หรือพันธมิตรอื่นๆ ตลอดจนใช้การทำ CSR บังหน้าโดยมุ่งที่กลุ่มเยาวชนเป็นหลัก เพื่อขยายฐานให้ได้ตามส่วนแบ่งการตลาดและผลกำไร 2.ลากเรื่องเข้าออนไลน์ คือ ใช้ช่องทางการสื่อสารออนไลน์เป็นหลักในการสื่อสาร เพื่อให้สามารถสื่อสารได้ทุกวันและทุกที่ ทั้งการสื่อสารผ่าน official fanpage และใช้วิธีการแฝงเข้าไปในโลกออนไลน์แบบ Real-world tie-in เพื่อให้เป็นพื้นที่ที่เชิญชวนและกระตุ้นให้เกิดความต้องการบริโภค 3.ใช้ทุกช่องทางสื่อสาร ในลักษณะของ multi-platform และ4.สร้างความผูกพันภักดี ผ่านกิจกรรมออนไลน์ต่างๆ ทำให้ได้ข้อมูลของผู้บริโภคแบบเจาะลึก ที่จะสามารถทำการตลาดเข้าถึงตัวผู้บริโภคได้อย่างเจาะจงใช้เวลารวดเร็ว ส่งต่อและบอกต่อผ่านการติดแท็ก หรือ mention ทั้งนี้ ขอให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายมากกว่านี้" ผศ.ดร.นิษฐา กล่าว 



อ่านต่อที่ ผู้จัดการออนไลน์

 

วันที่ : 2017-02-09
โดย :
 
เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัย แอลกอฮอล

โทรศัพท์ : 02-734-8680 โทรสาร : 02-734-8680 อีเมล์ : info@alcoholwatch.in.th