.:: เมนูหลัก
  หน้าแรก
  ข่าวความเคลื่อนไหว
  สรุปผู้ร้องเรียน (617)
 พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
eXTReMe Tracker
 
.:: ข่าว
สงกรานต์เมา ตายพุ่ง 373 ชีวิต ความผิดพลาดเชิงนโยบาย ที่พลตรีสนั่น ต้องรับผิดชอบ!

           ด้วยความพยาบยามผลักดันนโยบายห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ของกระทรวงสาธารณสุข    เครือข่ายนักวิชาการ  และเครือข่ายภาคประชาชน  ได้ถูกปฎิเสธ แบบไม่ใยดี จากคณะกรรมการนโยบาย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ   ซึ่งมีพลตรีสนั่น  ขจรประศาสน์  เป็นประธาน อ้างเหตุผล (โดยไม่มีหลักฐานทางวิชาการยืนยัน)  ว่าจะกระทบด้านเศรษฐกิจ และการท่องที่ยว   ขณะที่ ข้อมูล วิชาการชี้ชัดว่า การควบคุมน้ำเมาได้ดี จะสร้างเสริมทั้งเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวมากกว่าและ เป็นการสวนทางกัน อย่างสิ้นเชิงกับคำขวัญ สงกรานต์ ที่นายกรัฐมนตรีมอบให้ปวงชนชาวไทย ว่า “สงกรานต์  สมานสามัคคี  สืบทอดประเพณี  ทุกชีวีปลอดภัย”  ซ้ำร้ายไปกว่านั้น  แม้กระทั่งข้อเสนอ ให้มีมาตรการห้ามดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ในรถหรือท้ายกระบะ  รวมไปถึงมาตรการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันพระใหญ่  ซึ่ง 2 มาตรการหลังนี้  แทบจะไม่มีเสียงคัดค้านใดๆเลย   ก็ยังถูก เตะถ่วงโดยคณะกรรมการนโยบาย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์  ชุดเดียวกันนี้   ในขณะที่ช่วง 7 วันอันตราย ที่ผ่านมา   รัฐบาล ได้ให้นำหนักในการรณรงค์  และการเพิ่มจุดตรวจ จากเดิม 7,000 จุด  เป็น 70,000 จุดทุกหมู่บ้าน  แต่ผลที่ปรากฎออกมานั้น  สวนทางกันอย่างสิ้นเชิง กับทัศนะและมุมมองของ คณะกรรมการ นโยบายฯ   ทั้งที่มีปัจจัยอันน่าจะส่งผลในการลดจำนวนอุบัติเหตุได้คือ การที่รัฐบาลประกาศเพิ่มวันหยุด ให้  ถึง 3 วัน  จากสถานการณ์ ความไม่สงบของผู้ชุมนุม  ในกรุงเทพมหานคร  ซึ่งน่าจะมีผลให้ผู้คน ไม่เร่งรีบในการเดินทาง  และค่อยๆทยอยกันกลับกรุงเทพ  ความแออัดหรืออุบัติเหตุจราจรก็ควรจะลดลง  แต่ข้อเท็จจริง ที่ปรากฎหาเป็นเช่นนั้นไม่

 

                ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2552 แถลง สถิติอุบัติเหตุยอดสะสมทั้ง 7 วันอันตราย (10-16 เม.ย.)  พบมีอุบัติเหตุรวม 3,977 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 4,332 ราย  เสียชีวิต 373 ราย สูงขึ้นจากเดิม 5 ราย  สาเหตุหลักๆของการเกิดอุบัติเหตุ ก็ยังคงเป็นการเมาสุรา เช่นเดิม  (ปี 2551 มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 4,243 ครั้ง บาดเจ็บ 4,803  ราย เสียชีวิต 368 ราย) ในขณะเดียวกัน บนหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีข่าวทำร้ายร่างกาย  ยิงกันไม่เว้นแต่ละวัน  ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วผู้ก่อเหตุมัก จะดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาก่อนทั้งสิ้น  และหากรวมตัวเลขเหล่านี้เข้าไปด้วยแล้ว  สถิติโดยภาพรวม ก็จะเลวร้ายไปกว่านี้มาก     

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาค่าใช้จ่ายที่ถูกนำมาใช้กับการตั้งด่านตรวจ 70,000 จุด ตลอดทั้ง 7 วัน นั้น ประมาณการกันว่า  มีค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า 2,000 บาท ต่อจุดต่อวัน นั่นหมายความว่าตัวเลข ค่าใช้จ่าย โดยรวมในการนี้ จะสูงถึง 980 ล้านบาท  น่าเสียดายที่ค่าใช้จ่ายส่วนนี้  ควรจะนำไปดำเนินการ อย่างอื่นในพื้นที่  ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากกว่า   หากเพียงออกมาตการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มาบังคับใช้    โดยเป็นมาตรการที่ไม่ต้องลงทุนเลย อีกทั้งยังสอดคล้องกับความต้องการของประชาชน(จากผลสำรวจ  กว่า 7 สำนัก)  รวมถึงข้อมูลทางวิชาการที่ชี้ชัดว่า จะลดจำนวนอุบัติเหตุ ได้ผลดีกว่ามาก

 

เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์  ไม่มีข้อมูลอื่นใดที่จะยืนยันได้มากไปกว่า ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น  และกรรมการนโยบายฯ ที่มีพลตรีสนั่น  ขจรประศาสน์  เป็นประธาน คงจะปฎิเสธความรับผิดชอบชีวิตประชาชนและญาติพี่น้องผู้สูญเสียเหล่านี้ไม่ได้  ในนามของภาคประชาชนที่ รณรงค์ในเรื่องนี้มาโดยตลอด  ขอแสดงจุดยื่นและข้อเรียกร้องดังต่อไปนี้

 

                1) ขอให้คณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ  แสดงความรับผิดชอบ ด้วยการ ประกาศมาตรการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 3 วัน ไม่มีข้อยกเว้น รวมไปถึงมาตรการ ห้ามดื่ม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในรถและท้ายกระบะ  โดยเร็วที่สุด ให้มีผลบังคับใช้ ในเทศกาลสงกรานต์ ปี 2553  เพื่อให้ทุกฝ่ายได้มีการปรับตัว และมีเวลาในการรณรงค์ประชาสัมพันธ์มากขึ้น (ตามที่ฝ่ายซึ่งกังวลเรื่อง การท่องเที่ยว และสมาคมภัตตาคาร เคยเสนอไว้)   

                2) ขอให้คณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ  เร่งออกมาตรการ ห้ามจำหน่าย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์  ในวันพระใหญ่  โดยเร่งด่วน  เพื่อเป็นการ ไถ่ปาปจากการตัดสินใจเชิงนโยบายที่ผิดพลาด   และไม่มีเหตุผลอีกแล้ว ที่รัฐบาลจะไม่ดำเนินการ  นอกเสียจากเป็นไปตามข้อครหาในการปกป้องผลประโยชน์ให้ธุรกิจเครื่องดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  

3) หากไม่มีการดำเนินการใดๆ ตามข้อเสนอข้างต้น  เครือข่ายฯ ขอเรียกร้องให้ พลตรีสนั่น  ขจรประศาสน์ พิจารณาตัวเองลาออกจากประธานคณะกรรมการนโยบายฯ เพราะเป็นผู้นำในการตัดสินใจที่ผิดพลาด    และในการดำรงตำแหน่งดังกล่าวยังขัดกับหลักการขององค์การ อนามัยโลก  ซึ่งไม่ให้ผู้ที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน  มาพิจารณานโยบาย     และขอให้นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ ซึ่งประชาชน ศรัทธาและ ไว้วางใจ มากกว่า   ให้เกียรติเป็นประธานดำเนินการ ตามอำนาจหน้าที่ ในพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551  ทั้งนี้เพื่อพิสูจน์และลดข้อครหาที่ว่า พรรคการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง  ไม่กล้าทำอะไรที่ ขัดผลประโยชน์กับนายทุนพรรค

 

 

 

ด้วยความเคารพ

(นายคำรณ  ชูเดชา)

ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์

สอบถามเพิ่มเติมที่ 081  7505509

วันที่ : 2009-04-21
โดย : ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์
 
เครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา

โทรศัพท์ : 02-734-8680 โทรสาร : 02-734-8680 อีเมล์ : info@alcoholwatch.in.th